( Trip : Khao Yai P.1 – link )
+++++++++++++++++++++++++
ขออนุญาตขึ้นหน้าใหม่นะคะ ใครอยากดูรูปหน้าแรกคลิกตามลิงค์ด้านบนได้เลย
หลังจากที่กินข้าวเย็นที่บ้านไม้ชายน้ำแล้ว เราก็เดินทางกลับที่พักกันค่ะ เพราะตอนนั้นก็มืดพอสมควรแล้ว แล้วอากาศก็ออกจะเย็นๆด้วย ที่สำคัญมันต่างจากกรุงเทพฯมากเลย ตรงที่ ” ไม่มีไฟถนน ” ค่ะ มองทางไหนก็มืดไปหมด ต้องเปิดไฟสูงตลอดเวลา รถวิ่งสวนทางก็ไม่ค่อยจะมี สองข้างทางก็นะ เป็นป่า เป็นภูเขา แต่ก่อนจะถึงที่พัก มีที่นึงอยากให้ดูกันค่ะ ……
เป็นร้านสเต๊กชื่อดังของที่นี่เหมือนกัน เป็นสไตล์ยุโรป สำหรับคนที่ชอบทานอาหารฝรั่ง พวกสเต๊ก จิบไวน์ ชอบบรรยากาศแบบมีดนตรีคลอ หรูๆหน่อย ก็นี่เลย The Smoke House
เราไม่มีโอกาสได้เข้ามาทานนะคะ เพราะกินอะไรต่อมิอะไรมาตลอดทั้งวันแระ มื้อเย็นให้เป็นสเต๊กแล้วนอนนี่คงไม่ไหวแน่นอน คงจะอืดดดดดด น่าดูชม แต่ก็มีโอกาสได้แวะมาเดินรับอากาศเย็นๆยามค่ำคืน แล้วก็ชมความสวยงามของสถานที่ค่ะ ความจริงเท่าที่ทราบมา เค้าเปิดให้บริการตั้งแต่ประมาณ 10 โมงเช้าแล้ว แต่เรามีความรู้สึกว่า ดูตอนกลางวันมันไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ต้องมาดูตอนกลางคืน ตอนเปิดไฟแล้ว แบบนี้แหละ ( <333 )
เหมือนปราสาทยุโรปเลย ส๊วยสวย ~


ใครผ่านไปก็ลองแวะเข้าไปชิมกันได้นะคะ หรือแวะมาเดินเล่น ถ่ายรูปเล่น ก็สนุกดีเหมือนกัน
++++++++++++++++++++++++++++++++
พูดถึงสไตล์การอยู่อาศัยของแต่ละคน เราว่ามันคงไม่เหมือนกันแน่นอน บางคนชอบอยู่บ้าน บางคนชอบอยู่คอนโด เราเลือกที่จะมาพักที่ The Jungle House เพราะบรรยากาศเค้าดีมากเลยค่ะ ห่างจาก The Greenery ประมาณไม่ถึง 5 นาทีได้ รู้สึกเหมือนนรกกับสวรรค์ ห่างกันแค่แป๊บเดียว…
เรื่อง mind-service ของ The Jungle House ก็อย่างที่บอกไปแล้วนะคะว่าประทับใจเคาเตอร์เค้ามาก ส่วนสถานที่ เท่าที่จำได้ ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 50 ไร่ เป็นบ้านพัก มีให้เลือกหลายสไตล์ ราคาไม่แพงมาก เซฟมันนี่ได้ครึ่งนึง แล้วได้ที่แบบนี้นะ ใครไม่เอาก็แปลกแล้วล่ะ ดีกว่าเยอะเลย
ส่วนสถานที่ก็เข้าสเป๊กเราเหมือนเดิมค่ะ ชอบความกว้าง โปร่ง สบาย เงียบ เป็นไม้ คนไม่พลุกพล่าน ต้นไม้เยอะ ติดธรรมชาติ ติดพื้น ติดดิน มีที่ให้เดินเล่น สูดอากาศบริสุทธิ์ ชมอะไรแถวนั้นได้เยอะแยะเลยค่ะ เดี๋ยวจะพาดูกัน น่าพักมาก สำหรับคนที่ไม่ต้องการพวก ลิฟต์ สวนน้ำ (จะเอาไปทำไมวะ? งงมาก) อิฐ และอาหารเช้าพร้อมเสิร์ฟ …… etc.


อยู่แบบสบายๆดีกว่า … พักได้ประมาณ 2-3 คน … 4 คนก็ยังไหว แล้วในห้องเค้าทำน่ารักมากเลย มีชั้นลอยด้วย เป็นบันไดไม้ขึ้นไป ( แม่ง อย่างชัน! -”- ) เหมือนห้องใต้บันไดของแฮร์รี่พอตเตอร์นะคะ แต่อันนี้เป็นห้องใต้หลังคา ขึ้นไปนอนได้อีกคนนึง ถ้าไม่กลัวจะเสด็จลงมาในยามค่ำคืน~ ( ^^ )

แล้วไปพักนะคะ ขอบอกว่า อย่างเก๋ค่ะ มีตั้งนาฬิกาปลุกตี 5 ครึ่งด้วย โอ้โห คนตั้ง? …… คนตั้งไม่ตื่นค่ะ! ( -”- ) พี่แม่งตื่นขึ้นมาด่าแทน 55555+ สุดท้ายเลยตื่นค่ะ ( -”- ) เงียบสงบมากเลย เหมือนพื้นที่ทั้งหมด เป็นของเราคนเดียว

บรรยากาศชิลล์มาก ไม่ต้องตื่นขึ้นมาเจออิฐ เจอปูน พูดตรงๆว่า อยากอยู่ยาวววววววววว ( <333 )

ส่วนร้านนี้ อยู่ในพื้นที่เค้าเลยค่ะ ตรงข้ามที่พักประมาณ 10 ก้าวได้ เห็นแล้วแทบจะกระโดดเข้าหา!

ชอบมาก ถึง มากที่สุดอะ ~! ( >0<~! ) เดินทางมาทั้งวัน ได้ที่พักแบบนี้นะ หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

บรรยากาศน่าเดินเล่นมาก ( <333 ) ส่วนใครที่ไม่อยากเดิน รู้สึกเค้าจะมีจักรยานให้ขี่เล่นด้วยนะคะ

หลังจากที่ออกมาเดินเล่น รับอากาศยามเช้า ดูต้นไม้ ใบหญ้า สูดไอดิน กลิ่นหมอกแล้ว ก็จัดแจงเข้า
ที่พัก อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า สวมเสื้อกันหนาว แล้วไปทานอาหารเช้ากันเถอะ ( =D ) ตรงนี้เลยค่ะ

Ivory @ The Jungle : บรรยากาศออกจะสบายขนาดนี้ ~ เลือกเอาเลย อยากนั่งตรงไหน…

อาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน เค้ารวมในค่าที่พักแล้วนะคะ ไม่มีบริการเสิร์ฟถึงห้อง แต่ให้เดินมาทำทานเอง ( น่ารักอะ ชอบแบบนี้มากกว่า ) ใครถนัดกินแบบฝรั่งจ๋า ก็กินแบบเบาๆกันไป มี ไข่แฝด แฮม ไส้กรอก หรือใครเป็นพวกใช้แรงงาน xDDD กระเพาะต้องข้าวอย่างเดียวถึงจะเอาอยู่ เชิญข้าวต้มเลยค่ะ อร่อยมากส์ !!! ไม่รู้ใครเป็นแม่บ้านที่นี่นะคะ ทำข้าวต้มหมู หอมกรุ่น ชนิดคู่ควร 5 ดาว~

ข้าวต้มอร่อยสุด !!! ( =D ) ส่วนกาแฟเค้าก็มีไว้ให้บริการชงทานเอง ขนมปังปิ้ง ก็ให้ปิ้งกันเอง จะทาเนยหรือแยมก็ได้ ที่สำคัญ กินเท่าไหร่ก็ได้ ไม่จำกัด เท่าที่สังเกตดูจากเช้าวันนั้น คนที่มาพักส่วนใหญ่จะเป็นแบบครอบครัว พ่อ – แม่ – ลูกชาย – ลูกสาว แล้วก็ฝรั่ง ไม่ค่อยมีพวกวัยรุ่นเท่าไหร่ ……


อิ่มท้องแล้ว ทำอะไรต่อดี ? …… ก็อย่าเพิ่ง check out นะคะ เดินเล่น ดูอะไรแถวนี้ ย่อยอาหารกันก่อน เราเข้าใจว่าบางช่วง ที่นี่เค้าคงมีตั้งแคมป์อะไรกันด้วย แล้วก็มีบ้านช้าง ( นั่งช้าง ) บ้านจิ้งหรีด มีอะไรหลายๆอย่างให้ดูเล่น แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายอะค่ะ ซึ่งเราก็เดินดูได้ไม่ทั่วถึงเหมือนกัน เพราะมีแพลน จะไปที่อื่นต่อ ไม่รู้ตรงนี้คืออะไรเหมือนกัน แต่เห็นมีพระอยู่ เลยแวะเข้ามาไหว้ซักหน่อย ~

เป็นเรือนไม้ แบบนี้ [ - - นี่ยังอยู่ในอาณาบริเวณของ The Jungle House นะคะ ยังไม่ได้ไปไหน ]


และน้องปุกปุยพวกนี้ ( -^^- ) อยากขโมยกลับบ้านซักตัวสองตัว เช้านั้นก็มีโอกาสได้คุยกับคนที่เค้าเลี้ยงกระต่ายเหมือนกันนะคะ เค้าก็อธิบายเรื่องพันธุ์กระต่ายให้ฟังค่ะ ไม่รู้เรื่องกะเค้า แต่รู้สึก ” ดี “

หลังจากนั้นก็เดินเล่นไปเรื่อยๆ ….. Life is awakening : คุณลุงก็ตื่นเช้ามาทำหน้าที่ของเค้าไป ~


((( สายแล้ว ))) ~ ไปเที่ยวที่อื่นกันต่อมั้ยคะ? ~ Are you ready for the next station? ( =D )

ตรงข้ามกับ The Jungle House มีสวนสนุก Life Park นะคะ ใครที่พาน้องๆหนูๆมาพักที่นี่ ตื่นเช้ามาประมาณ 7-8 โมงก็แวะเข้าไปเล่นกันได้แล้ว ใจจริงเราเองก็อยากเข้าไปเล่นเหมือนกันนะเนี่ยเพราะชอบพวกเครื่องเล่นอะไรพวกนี้อยู่แล้ว น่าเสียดายที่พี่เราไม่นิยมพวกเครื่องเล่นหวาดเสียวพวกนี้ เลย ” เอ๊อะ ไปต่อก็ได้ ” ( ใจจริงอยากเล่นนะเนี่ย พวกน่ากลัวทั้งหลายอะ ชอบมากเลย )
Look at that clear Blue Sky ~ เราขับตามพวกแก๊งค์ฮาเล่ย์ เพื่อมาโผล่ที่นี่ค่ะ ( =D )

เห็นธงม่วงๆแบบนี้แล้ว ที่ไหนเอ่ย? ถึงแล้วนะคะ ~ ((( :::::: ไร่องุ่น Gran Monte :::::: )))

บนนี้ลมแรงมาก แถมน่าเสียดายที่เค้าไม่ให้เข้าไปถ่ายรูปใกล้ๆด้วย เรารู้สึกอิจฉาคนมีไร่-มีฟาร์มเป็นของตัวเองมากเลยนะ อันนี้จริงๆ คือชอบมากเลย รู้สึกชีวิตสำราญดีจัง ตื่นเช้ามาก็มาเดินดูไร่ ~

ชมนก ชมไม้ เล็กน้อยนะคะ ( * v * ) ดูจากแสง เริ่มสายแล้วนะเนี่ย เริ่มร้อนค่ะ Orz !!!

แล้วไปชมไร่องุ่น ไม่ทราบองุ่นอยู่ไหนคะ ?????? ( – -” ) อ่า …… องุ่น …… มาซะที

ด้วยรูปทรง สีสัน อะไรต่างๆนานา โดยเฉพาะใบของมัน แล้วก็ลักษณะการเลื้อย ออกผล เป็นเถา เป็นช่อ อย่างที่เห็นนะคะ ทำให้ ” องุ่น ” เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่ง ที่น่ารัก-น่าดูมากเลยสำหรับเรา

กราน-มอนเต้ ตั้งอยู่ในหุบเขาอโศก มีอาณาบริเวณพื้นที่กว่า 100 ไร่ ปลูกองุ่นไวน์ชื่อดัง เช่น Syrah, Cabernet Sauvignon, Chenin Blanc, Viognier, Verdelho, Muscat และ Semillion

นอกจากร้านอาหาร VinCotto แล้ว เค้ายังมีร้านขายผลิตภัณฑ์ด้วยนะคะ เดี๋ยวว่างๆจะมาอัพให้ดู

[ to be continued...... ]